ชาไทยคุณภาพ
จากป่าต้นน้ำ
ผ่านการรับรอง
มาตรฐาน GAP
ส่งเสริมเกษตรกรไทย
เติบโตอย่างยั่งยืน
รายละเอียดผลิตภัณฑ์:
ชาขาวคุณภาพดี รสชาติอ่อนนุ่ม ดื่มง่าย ให้ความรู้สึกเบาสบาย เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบชารสเข้ม
ลักษณะผลิตภัณฑ์:
น้ำชาสีเหลืองอ่อนใส กลิ่นหอมละมุนแบบธรรมชาติ คล้ายดอกไม้และหญ้าแห้ง ให้ความรู้สึกสดชื่นตั้งแต่จิบแรก
จุดเด่นผลิตภัณฑ์:
-
รสอ่อนนุ่ม ไม่ฝาดขม
-
กลิ่นหอมหวานธรรมชาติ
-
ดื่มง่าย ชุ่มคอ
-
เหมาะทั้งดื่มเองและชงขาย
สรรพคุณที่เป็นประโยชน์:
-
ต้านอนุมูลอิสระ
-
บำรุงหัวใจ
-
ต้านแบคทีเรีย
วิธีการชง:
-
ใช้น้ำร้อนประมาณ 70–80°C อย่าใช้น้ำเดือด เพราะกลิ่นจะหาย แล้วจะเหลือแค่รสจืดๆ หรือขมแทน
-
ใส่ใบชาประมาณหยิบมือเล็กๆ
-
จากนั้นเติมน้ำร้อนลงไป แช่ประมาณ 2–3 นาที
ทริคที่ทำให้อร่อยขึ้นจริง:
-
น้ำต้องไม่ร้อนเกิน (ตัวนี้สำคัญมาก)
-
อย่าแช่นานเกิน 3 นาที
-
ใช้น้ำสะอาดใหม่ กลิ่นจะใสกว่า
-
ดื่มเพียวๆ จะได้คาแรกเตอร์ของชาเต็มๆ




ข้อมูลกลุ่มเกษตรกร
บ้านพญาไพรตั้งอยู่ที่หมู่ 6 ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2516 จากกลุ่มคนอพยพหลากหลายเส้นทาง เช่น บ้านปางหนุน แม่สลอง และผาจี
ผู้นำและการตั้งชื่อ :
นายยะปา ลาหูนะ หรือนายเลาจอ เป็นผู้นำชุมชนคนแรกและได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า "บ้านพญาไพรเลาจอ" ต่อมาในปี พ.ศ. 2522 นายเลาจอและชาวบ้านบางส่วนได้ย้ายออกไป
ประชากรและพื้นที่ :
สมาชิกในชุมชนประกอบด้วยชาวเขาเผ่าลาหู่, อาข่า, จีน และไทยใหญ่ หมู่บ้านมีเนื้อที่ประมาณ 4,500 ไร่ เป็นพื้นที่ภูเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,050 เมตร อยู่ในเขตวนอุทยานสันผาพญาไพร
ยุคเกษตรเพื่อเลี้ยงชีพ :
ในอดีตชาวบ้านทำการเกษตรเพื่อเลี้ยงครอบครัวเป็นหลัก โดยใช้แรงงานคนและเครื่องมือพื้นบ้าน อาศัยธรรมชาติเป็นหลัก ผลผลิตที่ได้จะใช้กินเอง หากเหลือจึงนำไปแลกเปลี่ยน
ชาป่า (ชาอัสสัม) :
เป็นชาที่ขึ้นเองตามธรรมชาติในเขตป่าสูง หรือที่เรียกว่า "ป่าเหมี้ยง" ชาวบ้านมีวัฒนธรรมการดื่มชาโดยนำใบชามาคั่วด้วยกระทะและเตาฟืนเพื่อให้เก็บไว้ได้นานและมีกลิ่นรสเฉพาะ
ปัจจุบัน :
บ้านพญาไพรเป็นแหล่งปลูกชาที่ใหญ่ติดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย มีโรงงานผลิตชาเพื่อส่งออกถึง 30 แห่ง และชาพญาไพรเริ่มเป็นที่ต้องการทั้งในและต่างประเทศ



