ชาไทยคุณภาพ
จากป่าต้นน้ำ
ผ่านการรับรอง
มาตรฐาน GAP
ส่งเสริมเกษตรกรไทย
เติบโตอย่างยั่งยืน
รายละเอียดผลิตภัณฑ์:
ชากาบ้ากลิ่นน้ำผึ้ง หอมละมุนเป็นเอกลักษณ์ ให้รสชาติกลมกล่อม ดื่มง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความผ่อนคลายและสมดุลร่างกาย
ลักษณะผลิตภัณฑ์:
ชากาบ้ามีคุณลักษณะพิเศษด้านกลิ่นและรสชาติ โดยมีกลิ่นหอมคล้ายน้ำผึ้งและมีรสหวานตามธรรมชาติ อีกทั้งในกระบวนการแปรรูปชาในช่วงเวลากลางคืน พบว่าสามารถส่งกลิ่นหอมที่เด่นชัดและเข้มยิ่งขึ้น
จุดเด่นผลิตภัณฑ์:
-
มีกาบ้า (GABA) สูงกว่าชาทั่วไป
-
กลิ่นหอมน้ำผึ้งเป็นเอกลักษณ์
-
ดื่มแล้วช่วยให้ผ่อนคลาย
-
เหมาะทั้งดื่มเองและสายสุขภาพ
สรรพคุณที่เป็นประโยชน์:
-
มีสาร GABA (ช่วยเรื่องระบบประสาท)
-
ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย
-
ช่วยปรับสมดุลร่างกาย
วิธีการชง
ใช้ชา 2–3 กรัม
น้ำร้อน 200–250 มล.
แช่ประมาณ 1.5–3 นาที (ปรับตามความชอบ)
การเก็บรักษา:
-
เก็บในที่แห้ง หลีกเลี่ยงแสงแดด
-
ปิดภาชนะให้มิดชิด ป้องกันความชื้น
-
ช่วยคงกลิ่นและรสชาติของชา

ข้อมูลกลุ่มเกษตรกร
บ้านเหล่าพัฒนา (หมู่บ้านเหล่า) ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลเมืองก๋าย อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการ 14 ราย เดิมพื้นที่เป็นป่าเมี่ยง ชาวบ้านทำเมี่ยงมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า มีการทำชาดื่มในครัวเรือนบ้างโดยวิธีคั่วพอสุกหรือนึ่งแล้วนำไปตากแดด
จุดเริ่มต้นของการทำชา :
* ประมาณปี 2519 (50 ปีที่แล้ว) เริ่มมีคนนอกพื้นที่เข้ามาและเริ่มแนะนำการแปรรูปชา แต่ในช่วงแรกยังไม่ยั่งยืน
* ปี 2536-2537 เกิดปัญหาเมี่ยงราคาตกต่ำ อาจารย์เกรียงศักดิ์ นามวงศ์พรหม (ประธานวิสาหกิจชุมชนฯ) จึงประสานโครงการหลวงม่อนเงาะให้เข้ามาช่วยเหลือด้านการพัฒนาชา
* ปี 2539 มีการตั้งโรงงานรับซื้อชาในพื้นที่ แต่ยังขาดตลาดรองรับที่แน่นอน
* ปี 2540 เริ่มแปรรูปชาเขียวและชาขาว (1 ยอด 1 ใบ) แต่ชาวบ้านมองว่าขั้นตอนประณีตและใช้เวลานาน ไม่คุ้มค่ากับการลงทุนในขณะนั้น
ประเภทของชาในพื้นที่ :
ชาไทย : เก็บรูดใบแก่ส่งโรงงานในช่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค.
ชาเมี่ยง : เก็บปีละ 4-5 ครั้ง แบ่งเป็น 4 ช่วง (เม.ย.,มิ.ย.,ส.ค.,พ.ย.)
ชายอด : คุณภาพดีที่สุดในช่วง มี.ค.-เม.ย.
ชาจีน : มีการปลูกเพิ่มโดย "ลุงเดช" (ไร่ชาลุงเดช) เพื่อแปรรูปขายในคาเฟ่และโฮมสเตย์



