top of page

ชากาบ้าบ้านเหล่าพัฒนา

ลักษณะพิเศษด้านกลิ่นและรสชาติ มีกลิ่นหอมคล้ายน้ำผึ้งและมีรสหวานตามธรรมชาติ สีเหลืองอ่อนถึงเหลืองทองคล้ายสีของน้ำผึ้ง รสชาติ กลมกล่อม ไม่ขม และมีรสหวานอ่อนถึงปานกลาง  มีสารกาบ้า ซึ่งเป็นสารสื่อกลางระหว่างประสาทกับสมอง มีในปริมาณที่มากกว่าชาทั่วไป

ราคา 159 บาท

ชาไทยคุณภาพ

จากป่าต้นน้ำ

ผ่านการรับรอง

มาตรฐาน GAP

ส่งเสริมเกษตรกรไทย

เติบโตอย่างยั่งยืน

รายละเอียดผลิตภัณฑ์:

ชากาบ้ากลิ่นน้ำผึ้ง หอมละมุนเป็นเอกลักษณ์ ให้รสชาติกลมกล่อม ดื่มง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความผ่อนคลายและสมดุลร่างกาย

ลักษณะผลิตภัณฑ์:

ชากาบ้ามีคุณลักษณะพิเศษด้านกลิ่นและรสชาติ โดยมีกลิ่นหอมคล้ายน้ำผึ้งและมีรสหวานตามธรรมชาติ อีกทั้งในกระบวนการแปรรูปชาในช่วงเวลากลางคืน พบว่าสามารถส่งกลิ่นหอมที่เด่นชัดและเข้มยิ่งขึ้น

จุดเด่นผลิตภัณฑ์:

  • มีกาบ้า (GABA) สูงกว่าชาทั่วไป

  • กลิ่นหอมน้ำผึ้งเป็นเอกลักษณ์

  • ดื่มแล้วช่วยให้ผ่อนคลาย

  • เหมาะทั้งดื่มเองและสายสุขภาพ

สรรพคุณที่เป็นประโยชน์:

  • มีสาร GABA (ช่วยเรื่องระบบประสาท)

  • ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย

  • ช่วยปรับสมดุลร่างกาย

วิธีการชง

ใช้ชา 2–3 กรัม
น้ำร้อน 200–250 มล.
แช่ประมาณ 1.5–3 นาที (ปรับตามความชอบ)

การเก็บรักษา:

  • เก็บในที่แห้ง หลีกเลี่ยงแสงแดด

  • ปิดภาชนะให้มิดชิด ป้องกันความชื้น

  • ช่วยคงกลิ่นและรสชาติของชา

14.jpg

ข้อมูลกลุ่มเกษตรกร

     บ้านเหล่าพัฒนา (หมู่บ้านเหล่า) ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลเมืองก๋าย อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการ 14 ราย เดิมพื้นที่เป็นป่าเมี่ยง ชาวบ้านทำเมี่ยงมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า มีการทำชาดื่มในครัวเรือนบ้างโดยวิธีคั่วพอสุกหรือนึ่งแล้วนำไปตากแดด

จุดเริ่มต้นของการทำชา :
      * ประมาณปี 2519 (50 ปีที่แล้ว) เริ่มมีคนนอกพื้นที่เข้ามาและเริ่มแนะนำการแปรรูปชา แต่ในช่วงแรกยังไม่ยั่งยืน
      * ปี 2536-2537 เกิดปัญหาเมี่ยงราคาตกต่ำ อาจารย์เกรียงศักดิ์ นามวงศ์พรหม (ประธานวิสาหกิจชุมชนฯ) จึงประสานโครงการหลวงม่อนเงาะให้เข้ามาช่วยเหลือด้านการพัฒนาชา
      * ปี 2539 มีการตั้งโรงงานรับซื้อชาในพื้นที่ แต่ยังขาดตลาดรองรับที่แน่นอน
      * ปี 2540 เริ่มแปรรูปชาเขียวและชาขาว (1 ยอด 1 ใบ) แต่ชาวบ้านมองว่าขั้นตอนประณีตและใช้เวลานาน ไม่คุ้มค่ากับการลงทุนในขณะนั้น

ประเภทของชาในพื้นที่ :
      ชาไทย : เก็บรูดใบแก่ส่งโรงงานในช่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค.
      ชาเมี่ยง : เก็บปีละ 4-5 ครั้ง แบ่งเป็น 4 ช่วง (เม.ย.,มิ.ย.,ส.ค.,พ.ย.)
      ชายอด : คุณภาพดีที่สุดในช่วง มี.ค.-เม.ย.
      ชาจีน : มีการปลูกเพิ่มโดย "ลุงเดช" (ไร่ชาลุงเดช) เพื่อแปรรูปขายในคาเฟ่และโฮมสเตย์

bottom of page